ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
พฤ วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ยกระดับฐานข้อมูลปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระดับโลก (PRIS) ของ IAEA
(อ่านแล้ว 5220 ครั้ง)
Share on Google+
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้เปิดตัว Power Reactor Information System (PRIS) ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1969 การปรับปรุงครั้งนี้มาพร้อมกับหน้าเว็บไซต์สาธารณะและ PRIS Data Browser ที่ตอบสนองการใช้งานแบบอินเทอร์แอกทีฟ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
 
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ เล็งเห็นว่าฐานข้อมูล PRIS คือโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญยิ่งสำหรับประเทศสมาชิก ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และนักวิจัย ปัจจุบันฐานข้อมูลนี้มียอดผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อปี นอกจากนี้ เอกสารสิ่งพิมพ์สำคัญของ PRIS อย่าง "Nuclear Power Reactors in the World (RDS-2)" ยังมียอดดาวน์โหลดสูงกว่า 20,000 ครั้งต่อปี และเป็นหนึ่งในสามเอกสารที่ถูกใช้งานมากที่สุดของ IAEA
 
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
 
การเปิดตัวระบบใหม่นี้คือความสำเร็จของโครงการปรับปรุงระบบดิจิทัลที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการรวบรวม ตรวจสอบ วิเคราะห์ ไปจนถึงการแสดงผลและการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ระบบ PRIS Data Browser ใหม่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญและประชาชนทั่วไปสามารถสำรวจข้อมูลการดำเนินงานย้อนหลังหลายสิบปีผ่านภาพกราฟิกแบบพลวัต (Dynamic Visualizations) และสามารถสร้างรายงานที่ปรับแต่งได้เอง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มและเปรียบเทียบสมรรถนะของเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์
 
การพัฒนาระบบยังออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับข้อกำหนดการรายงานข้อมูลของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ขั้นสูง เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมถึงข้อมูลการใช้งานที่ไม่ใช่เพื่อการผลิตไฟฟ้า (Non-electric applications) และการปลดระวางโรงไฟฟ้า (Decommissioning) การพัฒนานี้ต่อยอดมาจากโครงการที่เริ่มต้นในปี 2018 ซึ่งเปลี่ยนผ่านระบบ Web-Enabled Data Acquisition System (WEDAS) มาสู่ระบบ Data Acquisition and Validation Application (DAVA) ในปี 2020 ช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล โดยอาศัยข้อเสนอแนะจากประเทศสมาชิก ทั้งนี้ IAEA มีแผนจะเปิดตัวการอัปเดตระยะที่ 2 ในช่วงต้นปี 2027 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์เชิงสถิติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
️ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาประเทศโดย ปส.
 
การที่ IAEA ยกระดับฐานข้อมูล PRIS ให้เข้าถึงง่ายและทรงพลังยิ่งขึ้น เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องนำข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปส. จึงขอเสนอแนวทางเชิงนโยบายต่อประเทศ ดังนี้
 
การบูรณาการข้อมูล PRIS เข้ากับการประเมินเทคโนโลยี SMR: รัฐบาลและหน่วยงานด้านพลังงานควรใช้ฐานข้อมูล PRIS ในการวิเคราะห์สมรรถนะ ประวัติการเดินเครื่อง และคุณลักษณะการออกแบบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based decision-making) ในการจัดทำแผนพลังงานของประเทศ
การยกระดับขีดความสามารถด้าน Data Analytics ของบุคลากรไทย ปส. และสถาบันการศึกษาควรส่งเสริมให้บุคลากรมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven analysis) จากระบบ PRIS และ DAVA เพื่อนำมาใช้คาดการณ์แนวโน้มความปลอดภัยและการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในระดับสากล
การสื่อสารความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใสต่อสาธารณะ: หน่วยงานรัฐควรนำรูปแบบการแสดงผลข้อมูลแบบพลวัต (Dynamic Visualizations) ที่เข้าใจง่ายของ PRIS มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการสื่อสารกับประชาชนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานะ เทคโนโลยี และความก้าวหน้าของพลังงานนิวเคลียร์โลก ซึ่งจะช่วยยกระดับความไว้วางใจต่อระบบการกำกับดูแลของประเทศ
 
บทความนี้เขียนโดย
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
 
ขอบคุณข้อมูลจาก Marta M. Gospodarczyk, IAEA Department of Nuclear Energy
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
 
บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
https://www.facebook.com/share/p/1HsGzBsXEH/
เศรษฐกิจในประเทศ