ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
อา วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ปทุมธานี แข่งตกกุ้งยักษ์ คนครึ่งพันร่วมแข่งแน่นคลอง 13 นายกแจ็สยกระดับดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่
(อ่านแล้ว 5518 ครั้ง)
Share on Google+
 
อบจ.ปทุมธานี จัดกิจกรรมตกกุ้งและปลาริมคลอง 13 หนองเสือ ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมบ้าน ๆ หมายบ้าน ๆ” ประชาชนแห่ร่วมกว่า 500 คน บรรยากาศสุดคึกคัก พร้อมประกาศเตรียมปล่อยกุ้งก้ามกรามเพิ่มอีก 1 ล้านตัว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวท้องถิ่น
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณริมคลอง 13 อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขันตกกุ้งและตกปลา เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการ สร้างความสามัคคี และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน และเป็นกันเอง ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมบ้าน ๆ หมายบ้าน ๆ คลอง 13 หนองเสือ” โดยมีประชาชนและนักตกปลาลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันกว่า 500 คน โดยส่วนมากจะนำพาเพื่อนและครอบครัวมาช่วยลุ้นด้วยทำให้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากทั่งสองฝั่งคลองโดยมี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต, ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่, สมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี, หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานที่มาร่วมให้กำลังใจผู้แข่งขันอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นด้วยบรรยากาศครอบครัวเพื่อนฝูงที่มาร่วมตกปลา เหมือนมางานแคมป์พักผ่อน
 ส่วนนายชัชชยานันต์ กฤษเจริญจันทร์ หลานชายร้านเจ๊ดำโภชนา คลอง 10 มาร่วมสังเกตการณ์และมาประกาศรับซื้อกุ้ง ในราคา 3 ตัวโล 1600 บาท 4 ตัวโล1400 และ 6 -7ตัวโล 650 บาทเนื่องจากมีลูกค้าเป็นจำนวนมากมา ทานอาหารและเจาะจงจะกินปลาและกุ้งจากคลอง 13 เพราะเห็นว่ามีรสชาติอร่อยเนื้อเด้ง จึงมีลูดค้าสนใจเป็นจำนวนมาก
 
 
 
พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำ วันนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มโครงการนี้ ผมอยากให้ปทุมธานีมี 'โครงการคลองสวย น้ำใส วิถีไทยต้องกลับมา' ปีที่แล้วเราปล่อยกุ้งก้ามกรามไซส์ 3-4 นิ้ว ลงไป 5 แสนตัว และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนริมคลอง 13 ให้งดหาปลา 10 เดือน เพื่อให้โอกาสสัตว์น้ำได้วางไข่และเจริญเติบโต วันนี้เห็นผลชัดเจน กุ้งและปลาตัวโตขึ้นมาก กุ้งบางตัวน้ำหนัก 3-4 ตัวต่อกิโลกรัม พร้อมกันนี้ นายก อบจ.ปทุมธานี ยังได้กล่าวเตือนผู้ที่ทำผิดกฎหมายประมงอย่างเด็ดขาดว่าห้ามใช้แหอวน หรือใช้ยาเบื่อปลา หากพบเห็นจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด และได้ประกาศแผนยกระดับกิจกรรมในอนาคตว่า ในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะมีการจัดกิจกรรมอีกครั้งพร้อมเพิ่มเงินรางวัล และในวันที่ 15 มิถุนายน จะทำการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามเพิ่มอีก 1 ล้านตัว โดยตั้งเป้าหมายว่าในวันที่ 1 เมษายน 2570 จะเปิดฤดูกาลให้ตกปลาและกุ้งอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด
การแข่งขันสิ้นสุดลงในเวลา 21.30น. คณะกรรมการได้ให้สัญญาณหมดเวลาและนำกุ้งพร้อมปลามาชั่งน้ำหนักและนับจำนวนเพื่อตัดสิน โดยใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากมีคนตกกุ้งและปลาได้เป็นจำนวนมากแะหลายขนาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ประเภทน้ำหนักกุ้งที่ได้เยอะที่สุด และประเภทน้ำหนักปลารวมมากที่สุด
ประเภทตกปลาคุณกำพล — ทำน้ำหนักรวมได้ 3.665 กก. ได้รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 4,000 บาท
ประเภทตกกุ้งคุณวิทยา แดงเย็น  ทำน้ำหนักรวมได้ 365 กรัม ได้รางวัลที่1 เงินรางวัล 5000 บาท
 
 
ด้านวิทยา แดงเย็น ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้นับรางวัลที่1 ประเภทตกกุ้งเป็นชาวคลอง 13 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มาร่วมงานในวันนี้ว่า วันนี้สนุกมากครับ ได้เจอเพื่อนฝูงและได้ลุ้นเงินรางวัลด้วย อยากให้นายกฯ จัดกิจกรรมแบบนี้อีก เมื่อก่อนปลาและกุ้ง มีน้อยครับ แต่พอนายกฯ มาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำก็มีเยอะและตัวใหญ่ขึ้นมาก สภาพคลองวันนี้ก็สวยงามและสะอาด มีหมายให้ลงเบ็ดเยอะครับ อยากฝากถึงทุกคนให้ช่วยกันรักษากฎตามที่นายกฯ ตั้งไว้ จะได้มีกุ้งมีปลาให้เราตกเป็นอาชีพและ บริโภค ขยายพันธุ์ได้ตลอดทุกปีครับ 
ทั้งนี้ มีผู้ร่วมแข่งขันได้ตกปลาบู่ขนาดน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปลาที่หายาก ทางพลตำรวจโท คำรณวิทย์ (บิ๊กแจ็ส ) ได้ขอซื้อและปล่อยลงน้ำเพื่อให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปงานในครั้งนี้นอกจากจะสร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับชาวบ้านแล้ว ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพลิกฟื้นวิถีชีวิตริมคลองของชาวปทุมธานีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
 
 
เศรษฐกิจในประเทศ