พฤ
(อ่านแล้ว 5125 ครั้ง)

สุดรันทด! สองแม่ลูกยากจนหอบสังขารป่วยคอยเป็นชั่วโมงที่ "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นครรังสิต" หวังเบิกเงินทำศพพี่ชายที่ส่งมานานกว่า 5 ปี แต่กลับถูกปัดภาระ อ้างประธานไม่อยู่-ติดต่อไม่ได้ ซ้ำเติมคนจนบอก "ไปยืมคนอื่นมาก่อน" ทั้งที่เงินตัวเองแท้ๆ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนสุดสะเทือนใจจาก นางลัดดา พลายด้วง อายุ 49 ปี และ นางประสิทธิ์ เกิดแก่น อายุ 78 ปี มารดาผู้ชราภาพและป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งและโรคไต ที่ต้องมานั่งหลบแดดอยู่ภายในวัดรังสิต ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อวอนขอความเห็นใจ หลังต้องเผชิญกับวิบากกรรมซ้ำซ้อนในการจัดงานศพให้ นายชูเชิด สุขสืบผ่าน อายุ 55 ปี พี่ชายที่เสียชีวิตลง
นางลัดดาเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหยดน้ำตาว่า ครอบครัวมีฐานะยากจนมาก ตอนพี่ชายเสียชีวิตไม่มีแม้กระทั่งเอกสารทางราชการ จนต้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิกู้ภัยช่วยประสานคัดสำเนาบัตรประชาชนให้ เพื่อนำไปยื่นเรื่องที่ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นครรังสิต ซึ่งพี่ชายได้ส่งเงินสะสมมานานกว่า 5-6 ปี หวังเพียงจะได้เงินเบื้องต้นประมาณ 20,000 - 30,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในงานศพ

นางลัดดาเล่าต่อว่า เมื่อวานนี้ตนได้หอบหิ้วคุณแม่ที่ป่วยหนัก ทั้งมะเร็งและโรคไต เดินทางไปที่สมาคมฯ ตามนัดเพื่อหวังจะได้รับเงินมาจ่ายค่าทำศพ แต่กลับถูกปล่อยให้นั่งรอท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุเป็นชั่วโมง แม่บ่นหิวน้ำ ปวดหลัง และเจ็บท้องจนแทบทนไม่ไหว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่า เจ้าหน้าที่อ้างว่า "คุณเดชา" ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวไม่อยู่ ติดต่อไม่ได้ บ้างก็บอกอยู่เชียงใหม่ ทำให้ไม่สามารถเบิกเงินให้ได้ และสิ่งที่ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดที่สุด คือคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่บอกว่า ให้ไปหาหยิบยืมคนอื่นมาสำรองจ่ายก่อน อย่ามาใช้คำนี้กับคนจนดีกว่าค่ะ สมัยนี้เงินร้อยเดียวเขายังไม่ให้ยืมเลย แล้วเราจะเอาที่ไหนไปจ่ายค่าศพที่วัด เงินก็เงินของเราแท้ๆ ส่งมาตั้งหลายปี แต่พอจะใช้กลับเหมือนเราไปยืนขอทานหน้าบ้านเขา"
ขณะนี้ศพของนายชูเชิดยังตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดรังสิตและจะมีพิธีฌาปนกิจในวันนี้(7 พฤษภาคม 2569)ในเวลา 16.00 น. ท่ามกลางความกังวลของญาติที่ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าบิลต่างๆ ของทางวัด ซึ่งนางลัดดายืนยันว่าไม่ได้ต้องการเงินทั้งหมดในทันที แค่ต้องการเงินเบื้องต้นตามที่เคยสัญญาไว้เพื่อส่งดวงวิญญาณพี่ชายเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น
"มันคือความทุกข์ซ้ำกรรมซัด ที่คนจนอย่างเราต้องมาเจอในวันที่สูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ" นางลัดดากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเข้าไปประคองแม่ที่แทบจะหมดแรงอยู่ข้างศพลูกชาย



















2