ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผู้ผลิตแผงวงจรฯ รายใหญ่ของโลกรวมพลังที่กรุงเทพฯ ประกาศความพร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม PCB
(อ่านแล้ว 5488 ครั้ง)
Share on Google+
ผู้ผลิตแผงวงจรฯ รายใหญ่ของโลกรวมพลังที่กรุงเทพฯ ประกาศความพร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม PCB รองรับAI ระดับโลก
ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก และความต้องการด้านพลังการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสำคัญแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ในระดับการผลิตขั้นสูง
เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ กรุงเทพมหานคร สมาคมแผงวงงวงจรไต้หวัน (TPCA) ร่วมกับสมาคมแผงวงจรแห่งประเทศไทย (THPCA) จัดงาน "การประชุมสุดยอดอุตสาหกรรม PCB แห่งประเทศไทย 1 2026” (2026 Thailand PCB Industry Summit) พร้อมเปิดเผยรายงานการสำรวจหัวข้อ "โอกาสของอุตสาหกรรม PCB ไทยภายได้กระแส AI และภูมิรัฐศาสตร์" โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคันสำคัญเชิงปฏิบัติไนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อาทิ การขอใบอนุญาตทำงาน การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายภาครัฐ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในฐานะเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ระดับผู้นำ โดยใด้รับการสนับสนุนจากสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง(HKPCA) และสมาคมอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น (CPCA) มีผู้บริหารและผู้แทนจากอุตสาหกรรมในไต้หวัน จีน และไทย เข้าร่วมกว่า 60 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐของไทย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPD) กระทรวงแรงงานไทย เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสำคัญที่ญที่ภาครัฐไทยให้ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม PCB และความร่วมมือระหว่างประเทศ
การสำรวจข้ามภูมิภาค ชี้ชัดทิศทางการเติบโตของตลาด PCB โลกและศักยภาพของไทย ไฮไลต์สำคัญของการประชุมชุมสุดยอดในครั้งนี้ คือการเปิดตัวรายงานการสำรวจอุตสาหกรรมในหัวข้อ "โอกาสของอุตสาหกรรม PCB ไทยภายใต้คลื่นกระแส AI และภูมิรัฐศาสตร์" ซึ่งจัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง TPCA, THPCA และ HKPCA
รายงานฉบับนี้ได้ประมวลผลข้อมูลเชิงสำรวจและรวบรวบรวมทรรศนะจากภาคอุตสาหกรรมข้ามภูมิภาค เพื่อสะท้อนถึงประเด็นยุทธศาสตร์ที่ผู้ประกอบการ PCB ในจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ต่างให้ความสำคัญร่วมกัน อาทิ การกำหนดยุทธทรศาสตร์การลงทุนไทย การสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
สิ่งนี้ไม่เพียงยกระดับความน่าเชื่อถือและสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง แต่ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างดูดสาหกรรมระดับโลก อุตสาหกรรม PCB ในภูมิภาคเอเชียกำลังมุ่งสู่การบูรณาการความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ใกล้ชิดมากขึ้น
 
AI ขับเคลื่อนคลาด PCB โลกติบโตสู่ระดับแสนล้านเหรียญสหรัฐ เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสให้ไทยก้าวสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง
รายงานระบุว่า ตลาด PCB ทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดจะสูงถึงถึง 92,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตถึง 113,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2559 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีสูงถึง 23.1% รายงานชี้ให้เห็นว่า ความต้องการด้านขีดความสามารถในการประมวลผล AI กำลังกลายเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโดของอุดสาหกรรม PCB โลก ทั้งยังเป็นตัวเร่งให้คิดการผลิดขั้นสูง และการปรับโครงสร้างห่วงโช่อุปทาน ซึ่งจะนำมาซึ่งคลื่นลูกใหม่แห่งโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย
เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านปัญหาคอขวดของทรัพยากรบุคคล ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน TPCA ได้จัด "งานพบปะเครือข่ายฝ่ายทรัพยากรบุคคลไทย-ไต้หวัน และงานเสวนาความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม" เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาการฝึกอบรมบุคลากร และกลไกการผลิตบุคลากรในประเทศ การหารือในครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่การตอบสนองต่อภาวะขาดแคลนบุคลากรในสายงานวิชาชีพที่สำคัญ อาทิ วิศวกรรม กระบวนการผลิต การซ่อมบำรุงครื่องจักร และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อวางรางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาวของอุตสาหกรรม PCB ไทย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิต PCB มากกว่า 60 รายเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตมูลค่าสูง และรองรับความต้องการในกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ AI ระบบสื่อสารขั้นสูง และอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์มีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 31 สะท้อนถึงความแข็งเเกร่งของฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
ขณะเดียวกัน การลงทุนของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมากกว่า 100 ราย ได้สนับสนุนให้โครงสร้างผลิตภัณฑ์ PCB ของไทย พัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น แผงวงจรหลายชั้นขั้นสูง (สัดส่วนร้อยละ 47) และแผงวงจรความหนาแน่นสูง (HDI ร้อยอะ 23)
PCB คือรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภาคเอกชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มการสนับสนุนการดำเนินงานและการสร้างห่วงโซ่อุปทาน PCB ภายในประเทศอย่างป็นรูปธรรม
รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าแม้อุตสาหกรรม PCB ของไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ระบบนิเวศอุตสากรรมยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม โดยพบว่าผู้ประกอบการร้อยละ 46 มีสัดส่วนการจัดซื้อในประเทศต่ำกว่าร้อยละ 20 สะท้อนถึงความจำในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ในการหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน ผู้เข้าร่วมได้เสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. ขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานกรณีเร่งด่วนเป็น 60-90 วัน และอนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนเดินทางข้าประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคการผลิต
2. สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา รวมถึงโครงการฝึกงานและการพัฒนาทักษะแรงงาน
3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับการผลิตขั้นสูง
4. ผลักดันให้อุตสาหกรรม PCB เป็นส่วนหนึ่งของอุดสาหกรรมเป้าหมายระดับชาติ เพื่อเสริมสร้างความสามกรถในการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก
ปัญหาด้านบุคลากรคือตัวแปรสำคัญต่ออุตลาหกรรม TPCA เดินหน้าผลักดันการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพไทยอย่างเป็นรูปธรรม
 
รายงานยังระบุว่า ปัญหาการขาดแคลนหลักในปัจจุบันอยู่ที่การจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศ สูงถึงร้อยละ 35 รองมาคือ พนักงานระดับปฏิบัติการและบุคลากรทางวิศวกรรมเทคนิค ร้อยละ 22 ตลอดจนบริการด้านโลจิสติกส์ชิ้นส่วนอุปกรณ์และการซ่อมบำรุง ร้อยละ 21 จากความท้าทายเบบพหุคุณ ที่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร ไปจนถึงการจัดหาบุคลากร สะท้อนให้เห็นว่า หากอุตสาหกรรม PCB ของไทยต้องการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาในก้าวต่อไป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับความพร้อมของห่วงโช่อุปทาน และเสริมสร้างรากฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลไปพร้อมๆ กัน โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ความต้องการบุคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้องจะพุ่งสูงขึ้นถึง 74,200 คน
เมื่อการวางรากฐานทางอุตสาหกรรมเริ่มปรากฎผลเป็นรูปธรรม เป้าหมายหลักในระยะถัดไปของอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยจึงมิใช่เพียงแค่การขยายกำลังการผลิตลิตอีกต่อไป แต่เป็นการเร่งขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศการผลิตขั้นสูง โดยขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ การบ่มเพาะบุคลากร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เพื่อก้าวข้ามวิกฤตคอขวดด้านบุคลากร ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน TPCA จึงได้จัด "งานพบปะเครือข่ายฝ้ายทรัพยากรบุคคล ไทย-ไต้หวัน และงานเสวนาความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม" เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรมบุคลากร และกลใกการผลิตบุคลากรในประเทศ การหารือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับกับการตอบโจทย์ภาวะขาดแคลนบุคลากรในสายงานวิชาชีพหลัก อาทิ วิศวกรรม/กระบวนการผลิต การซ่อมบำรุงเครื่องจักร และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบใดในระยะยาวของอุตสาหกรรม PCB ไทย
นอกจากนี้ TPCA จะยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ THPCA, BOI, IEAT, NXPO และTECO เพื่อต่อยอดเเพลตฟอร์มความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทรัพยากรจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยมุ่งหวังที่จะผนึกกำลังยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรม PCB ส่งเสริมศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
เศรษฐกิจในประเทศ