(อ่านแล้ว 5335 ครั้ง)
.jpg)
วันนี้ 21 ต.ค. เวลา 10.00 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมคณะ และ พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข และ เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความเป็นมนุษย์ ได้เดินทางเข้าให้การช่วยเหลือ นางน้อย(นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ที่ถูกลูกชายทำร้ายร่างกายจนชาวบ้านทนไม่ได้ถ่ายคลิปวิดีโอ ร้องขอความช่วยเหลือผ่านเพจ "สายไหมต้องรอด" เหตุเกิดภายในชุมชนวัดเกาะ ซ.พหลโยธิน 54/1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ
นายเอกภพ กล่าวว่า ทางเพจสายไหมต้องรอดได้รับแจ้งจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าว พร้อมหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอการทำร้ายร่างกาย โดยเบื้องต้นทราบว่าบุคคลที่ปรากฎในคลิปเป็นแม่ลูกกัน โดยลูกชายมักจะเอะอะโวยวาย และชอบทำร้ายร่างกายแม่เป็นประจำ เมื่อผู้เป็นแม่ออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านก็ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย ตนเองจึงได้เดินทางมาพร้อมกับตำรวจ สน.สายไหม และ พม. เพื่อตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือ
.jpg)
ด้านนางน้อย เปิดเผยว่า พักอาศัยอยู่กับลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 37 ปี และคนเล็ก อายุ 33 ปี ซึ่งบุคคลที่ปรากฎในคลิปวิดีโอ เป็นลูกชายคนโตที่เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาหลายเดือนแล้ว หลังจากที่ติดคุกมานานกว่า 6 ปี ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีปากเสียงหรือทำร้ายร่างกาย แต่เมื่อออกจากคุกมาได้ไม่นานก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป มักจะโวยวาย ทำลายข้าวของภายในบ้าน ทุบตีแม่ หนักสุดคือการฉุดกระชากลากถูก จนได้รับบาดเจ็บ มีแผลถลอกที่สะโพก จึงอยากให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ เพราะตนมีเพียงแค่ลูกชายเท่านั้น หากไม่มีลูกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ เพราะต้องเช่าบ้าน และมีค่าใช้จ่ายประจำวันอีกด้วย
จากการสอบถามเพื่อนบ้านในละแวกดังกล่าว ทราบว่า บ้านหลังนี้มักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ซึ่งลูกชายจะทำร้ายร่างกายแม่จนเป็นที่น่าเวทนาของผู้พบเห็น แต่ทางผู้เป็นแม่เองก็ชอบดื่มสุราอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งก็จะทะเลาะกับลูก จนชาวบ้านไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ในอาการมึนเมาทั้งคู่ รวมถึงฝ่ายลูกชายก็เคยมีปัญหากับเพื่อนบ้านมาแล้วในเรื่องของสุนัขที่ชอบมาถ่ายของเสียที่หน้าบ้าน นอกจากนี้ชาวบ้านยังระบุว่าภายในซอยดังกล่าว มีปัญหายาเสพติดเกิดขึ้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ
ด้านนายเอ (นามสมมุติ) ลูกชายคนโต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทำร้ายแม่ มีแค่ครั้งที่ปรากฎในคลิปวิดีโอเท่านั้น สาเหตุมาจากที่แม่ชอบเมาเหล้าและไม่ยอมกลับบ้าน จึงไปตามหา เมื่อพบจึงได้กระชากพาตัวพาแม่กลับบ้าน ถ้าไม่รักแม่ก็คงไม่ไปพากลับบ้านแบบนั้น และขอโทษหากกระทำการที่รุนแรง
.jpg)
นายบี (นามสมมุติ) ลูกชายคนเล็ก กล่าวว่า ตนไม่เคยทุบตีแม่ และมักจะบอกพี่ชายไม่ให้ทำร้ายร่างกายแม่ด้วย อย่างไรก็ตาม แม่มักจะมีพฤติกรรมชอบเมาสุรานอกบ้านเป็นประจำ จึงต้องไปพาตัวแม่กลับมา รวมถึงเวลาเมาสุราแม่จะพูดจาไม่ดี ไม่เหมือนกับเวลาปกติแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำในเบื้องต้นพบว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว โดยทั้งสองฝ่ายให้การยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งพฤติกรรมของลูกชาย และพฤติกรรมของแม่ แต่อย่างไรก็ตามตำรวจจะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และหลังจากนี้จะคุมตัวนายเอ และ นายบี ไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพัก และ สอบปากคำต่อไป ส่วนปัญหายาเสพติดในพื้นที่นั้น ทางตำรวจ สน.สายไหมมีการกวดขันจับกุมเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งหากประชาชนแจ้งเบาะแสเพิ่มทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมดำเนินการทันที
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความเป็นมนุษย์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมมอบเงินช่วยเหลือกับนางน้อย รวมถึงคอยดูแลสภาพจิตใจ ส่วนพฤติกรรมของลูกชานหากพบว่ามีการใช้สารเสพติดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะเข้าพูดคุยอีกครั้ง รวมถึงพฤติกรรมของผู้เป็นแม่เรื่องการดื่มสุรา จะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมติดตามความคืบหน้าเป็นระยะอีกด้วย
CR อีตุ๊กบุกข่าว



















2